martech Archives - Ematic Solutions Marketing Technology Solutions Tue, 23 Aug 2022 07:03:45 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.7 https://www.ematicsolutions.com/wp-content/uploads/2020/03/Ematic-Logo.png martech Archives - Ematic Solutions 32 32 5 Martech เทรนด์ที่คุณควรรู้ในปี 2022 https://www.ematicsolutions.com/th/2022-martech-trend-th/ https://www.ematicsolutions.com/th/2022-martech-trend-th/#respond Thu, 30 Dec 2021 14:32:00 +0000 https://www.ematicsolutions.com/?p=6106 ตลอดปีที่ผ่านมาเราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงทางด้านการขับเคลื่อนรากฐานของธุรกิจโดยเทคโนโลยี (Digital Transformation) และผลของการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีในปี 2022 นี้ (Digital Disruption) ก็ถูกเร่งขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการมาซึ่งจุดจบของ cookie และการเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งด้านเทคโนโลยีสำเร็จรูปและการตลาดที่พัฒนาขึ้น เราจะมาสรุป 5 เทรนด์ควรรู้สำหรับ marketing technology ที่จะช่วยนำคุณไปยังจุดที่น่าสนใจอย่าลืมจิบกาแฟและมีความสุขไปกับการอ่านบทความยาวนี้ล่ะ #1 เตรียมก้าวไปสู่อนาคตของโลก cookie-less นักการตลาดหลายคนทราบดีว่ายุคความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (Data Privacy) กำลังมา แต่ 3 ใน 5 ของแบรนด์ก็ยังไม่พร้อมสำหรับโลก cookie-less ที่กำลังเข้ามานี้ อ้างอิงจาก Adobe จาก 3rd party data ไปสู่ 1st – 0 party data หากไม่นับความโชคดีที่ Google ตัดสินใจเลื่อนการเฟสการจัดการ 3rd party data ไปยังปี 2023 ผู้นำทางการตลาดก็ยังมีเวลาเพียงน้อยนิดในการคิดกลยุทธ์เพื่อการได้มาซึ่ง 1st และ 0 party data ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าการติดสินใจของ Chrome ที่จะกำจัด 3rd party cookie (ส่วนแบ่งการตลาดของ Chrome อยู่ที่

The post 5 Martech เทรนด์ที่คุณควรรู้ในปี 2022 appeared first on Ematic Solutions.

]]>
ตลอดปีที่ผ่านมาเราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงทางด้านการขับเคลื่อนรากฐานของธุรกิจโดยเทคโนโลยี (Digital Transformation) และผลของการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีในปี 2022 นี้ (Digital Disruption) ก็ถูกเร่งขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการมาซึ่งจุดจบของ cookie และการเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งด้านเทคโนโลยีสำเร็จรูปและการตลาดที่พัฒนาขึ้น

เราจะมาสรุป 5 เทรนด์ควรรู้สำหรับ marketing technology ที่จะช่วยนำคุณไปยังจุดที่น่าสนใจอย่าลืมจิบกาแฟและมีความสุขไปกับการอ่านบทความยาวนี้ล่ะ

#1 เตรียมก้าวไปสู่อนาคตของโลก cookie-less

นักการตลาดหลายคนทราบดีว่ายุคความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (Data Privacy) กำลังมา แต่ 3 ใน 5 ของแบรนด์ก็ยังไม่พร้อมสำหรับโลก cookie-less ที่กำลังเข้ามานี้ อ้างอิงจาก Adobe

จาก 3rd party data ไปสู่ 1st – 0 party data

หากไม่นับความโชคดีที่ Google ตัดสินใจเลื่อนการเฟสการจัดการ 3rd party data ไปยังปี 2023 ผู้นำทางการตลาดก็ยังมีเวลาเพียงน้อยนิดในการคิดกลยุทธ์เพื่อการได้มาซึ่ง 1st และ 0 party data ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าการติดสินใจของ Chrome ที่จะกำจัด 3rd party cookie (ส่วนแบ่งการตลาดของ Chrome อยู่ที่ 65% ของเว็บเบราว์เซอร์) นั้นจะส่งผลต่อความแม่นยำในการวัดประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณาดิจิทัลอย่างยิ่ง (ROAS – Return on Advertising Spends)

ความจำเป็นในการรวมศูนย์ข้อมูลลูกค้าไว้ในที่เดียว

หนทางในอนาคตของโลก cookie-less นั้นแน่นอนต้องเกี่ยวเนื่องกับ 1st – 0 party data, กลุ่มผู้ใช้งาน, สถานการณ์หรือบริบท และแน่นอน AI-driven เพื่อจะรวบรวม ทำความเข้าใจและปฎิสัมพันธ์กับผู้ชม (audience)

1st party data คือ ข้อมูลที่ลูกค้ายินยอมให้เราเก็บเช่น พฤติกรรมบนเว็บไซต์, อีเมล, เบอร์โทรศัพท์ เป็นต้น ส่วน 0 party data คือ ข้อมูลที่ลูกค้าจงใจแบ่งปันให้กับคุณเช่น การทำแบบสำรวจความพึงพอใจลูกค้า, แบบทดสอบ (quiz) เป็นต้น ทั้ง 2 party data นี้คุณได้รับโดยตรงจากลูกค้าและมีคุณเป็นเจ้าของ

ทั้งหมดนี้คือเรื่องของข้อมูลลูกค้า (Customer Data) การใช้แพลตฟอร์มรวมศูนย์ที่มีความคล่องตัวทางข้อมูล, การจัดเก็บ, การสร้างศูนย์รวมมุมมองของลูกค้า และเชื่อมต่อข้อมูลไปได้ยังหลายช่องทางซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่อยู่ในหัวของผู้นำทางธุรกิจไปโดยปริยาย ดังนั้นแล้วไม่ว่าจะ Customer Data Platform (CDP) หรือ Customer Relationship Management (CRM) จึงเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงที่มารองรับความต้องการดังกล่าวอย่างเห็นได้ชัดในปี 2022

คำแนะนำจากอีมาติค

แนวทางนั้นชัดเจนแต่เส้นทางยังไม่กระจ่าง ปัญหาที่แบรนด์กำลังเผชิญอยู่นั้นไม่ใช่การบูรณาการทางเทคนิคแต่เป็นเรื่องของการวางแผนข้อมูล จำไว้ว่า การมีข้อมูลเก็บเฉย ๆ ไม่ได้ช่วยคุณแก้ไขปัญหาใด ๆ เว้นแต่ว่าคุณนำมันมาใช้งาน ถ้าการเริ่มกลยุทธ์ 1st party data แบบเต็มรูปแบบฟังดูน่ากลัว คุณสามารถเริ่มทดลองจากการสร้างจุดสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจความต้องการของผู้ใช้งานจริง (Key user journey) และปรับไปสู่ use case เพื่อจะจำลองการสื่อสารแบบผสมผสานหลายช่องทาง (Cross-Channel) ก่อนได้

#2 Personalization ก้าวอย่างต่อเนื่องเพื่อจะพิชิตตลาด

คุณอาจจะอยากนำ 1st / 0 party data เข้าคอลเล็คชั่นแผนกลยุทธ์ทางการตลาด (Marketing stategy) โดยทันทีแต่การจะทำอย่างนั้นคุณจำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากลูกค้าเสียก่อนความสำเร็จของฐานการตลาดแบบยินยอม (Permission marketing) นั้นมีพื้นฐานมาจากความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่ง ความสัมพันธ์นั้นเป็นดาบ 2 คม ลูกค้าจะพึงพอใจให้การเข้าถึงข้อมูลกับคุณก็ต่อเมื่อพวกเขารู้ว่าผลประโยชน์ใดบ้างที่จะได้รับเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน

จำได้ไหมว่าคุณเคยยินยอมแบ่งปันข้อมูลหนังที่ชอบ 3 เรื่องให้กับ Netflix เพื่อการแนะนำส่วนบุคคล (Personalised Recommendation) ดังนั้นแล้วก็คุณรู้เป็นอย่างดีเลยนะว่าเรากำลังพูดถึงอะไร

Personalization กลายเป็น “สิ่งพื้นฐานที่จะถูกคาดหวัง”

นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ว่า Personalised นั้นถูกเปลี่ยนสถานะจาก”มีก็ดีไม่มีก็ได้” เป็น”จำเป็นต้องมี” จากการอ้างอิงโดย Accenture 91% ของผู้บริโภค ณ ปัจจุบันมีแนวโน้มจะซื้อสินค้าหรือบริการกับแบรนด์ที่เสนอและแนะนำ สินค้าหรือบริการที่ใกล้เคียงกับความสนใจของพวกเขา

ในขณะที่ 85% ของธุรกิจเชื่อว่าพวกเขาได้เสนอสินค้าหรือบริการที่มีประสบการณ์เฉพาะส่วนบุคคล (Personalized Experience) ให้กับลูกค้าแล้ว มีผู้บริโภคเพียง 60% เห็นด้วยกับข้อความดังกล่าว (Twilio Segment, The State of Personalization 2021 Report) เห็นได้ชัดว่ามีช่องวางบางอย่างระหว่างสิ่งที่บริษัทเสนอกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ว่าแต่ช่องว่างนี้อยู่ตรงไหนล่ะ?

เมื่อ ‘ทำแล้ว’ นั้นไม่พออีกต่อไป คุณต้องทำให้ ‘ดีกว่า’

อันดับแรก Personalization นั้นคือเรื่องของการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ครั้งเดียวจบ ถึงแบรนด์จะมีช่องทางสื่อสารกับลูกค้ามากมายแต่ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นลักษณะแบบ Silo (การทำงานแบบแยกส่วน) ผลลัพธ์ที่ออกมาคือสารที่ต้องการสื่อต่างกันในแต่ละช่องทางนั้นไม่สอดประสานกัน บ่อยครั้งให้ผลลัพธ์ตรงกันข้ามที่ทำให้ลูกค้ารำคาญจากการได้รับสารที่มากเกินไป ในทางตรงกันข้าม 70% ของนักการตลาด ปรับใช้การ Personalization บนสื่ออีเมล และมีเพียง 20% ที่ใช้บนสื่ออื่นๆ นี้เองซึ่งยังทำให้ประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience) ไม่ได้รับการเติมเต็ม

ถัดมา Personalization จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรในการสร้าง กฎพื้นฐานคือการกำหนดกรอบและใช้ Segment เท่านั้นที่จะประสบความสำเร็จมากกว่า พฤติกรรมผู้บริโภคนั้นเป็นเรื่องซับซ้อน ในนาทีที่ผ่านมาพวกเขาอาจจะกำลังหาบางอย่างจากหลายเครื่องมือสื่อสาร แต่แล้วก็กลับลำหันไปสนใจสิ่งที่ต่างออกไปได้ภายในเสี้ยววินาทีได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นแล้วกรอบอย่างง่ายจึงไม่สามารถอธิบายผู้บริโภคได้อีก ในขณะเดียวกันการตั้งเงื่อนไขกรอบกำหนดที่มากจนเกินไปก็จะทำให้ยุ่งยาก นั่นเลยทำให้การ Personalize ต่างๆนั้นอยู่ในระดับเล็ก โชคดีว่าปัจจุบัน AI สามารถบรรเทาแก้ไขปัญหาดังกล่าวและช่วยสร้างประสบการณ์แบบ 1:1 ด้วยความสามาถที่สามารถเข้าใจปณิธานของลูกค้า คาดการณ์พฤติกรรมและ นำเสนอข้อแนะนำแบบเรียลไทม์

ด้วยความจำเป็นที่จะส่งประสบการณ์เฉพาะให้กับผู้ใช้ ทำให้เกิดความได้เปรียบในหมู่นักการตลาดหากว่าจะใช้ การสื่อสารหลายช่องทางโดยมีสารที่สอดคล้องกันและมีพื้นฐานจาก User Journey นอกจากนี้ยังใช้ AI มาช่วยเหลือด้านการคาดการเป็นแกนหลัก

#3 Channel spotlight: อีเมล, แชทบอท และเทรนด์ที่กำลังมา

ในบรรดาช่องทางการตลาดทั้งหมดอีเมลและแชทบอทอยู่ในความสนใจของปี 2022

อีเมลกลับมาแล้วและกําลังจะโชว์ความเหนือกว่า

คิดว่าอีเมลล้าสมัยหรือไม่? ลองคิดดูอีกครั้ง 78% ของนักการตลาดกล่าวว่าพวกเขาได้เห็นการเพิ่มขึ้นของ engagement ผ่านอีเมลตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา อีกทั้งอีเมลยังคงเป็นหนึ่งช่องทางที่การสร้าง ROI สูงที่สุด จากการสํารวจโดย Hubspot นอกเหนือจากประสิทธิภาพที่ดีในการผลักดันการ engage และการใช้ที่อยู่อีเมล (Email Address) เพื่อระบุตัวผู้ใช้เพื่อที่จะเชื่อมต่อข้อมูลของ 1st party data อื่น ๆ จึงแปลกที่อีเมลกลับมาแข็งแกร่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

บนโซเชียลมีเดียเราได้เห็นนักการตลาดทดลองรูปแบบใหม่ ๆ ในการกวัดแกว่งความคิดสร้างสรรค์ต่าง ๆ และอีเมลก็เช่นกัน ยิ่งนับวันแบรนด์ต่างก็เริ่มใส่เนื้อหาแบบโต้ตอบ (Interactive Content) เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของลูกค้า ยกตัวอย่างเช่น บริติชแอร์เวย์ (British Airways) ที่ใช้ตัวนับถอยหลังเวลาเพื่อแจ้งเตือนลูกค้าถึงเวลาที่เหลืออยู่ในแต่ละโปรโมชั่น หรือโมดูลการให้คะแนนโดยตรงของ Amazon บนอีเมลเพื่อรับคําติชม นอกจากนี้ก็ยังมีไฟล์ภาพ gif, แบบฟอร์ม, วิดีโอภาพ, ภาพ carousel หรือแม้แต่การ์ดขูด (Scratch Card) ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นไอเดียที่แบรนด์เริ่มใช้เพื่อตอบโต้กับลูกค้ามากขึ้น (อ่านเพิ่มเติม: good examples of interactive email)

เนื้อหาแบบโต้ตอบ (Interactive Content) ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถก่อให้เกิดความสนใจมากขึ้นจากลูกค้า แต่ถูกมองข้ามโดยนักการตลาดหลายคน 91% ของผู้บริโภคต้องการเนื้อหาแบบโต้ตอบ (Interactive Content) แต่มีเพียง 17% ของนักการตลาดเท่านั้นที่ใช้เนื้อหาเหล่านี้ Litmus กล่าว

โอกาสนั้นยังถูกสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ให้บริการอีเมลจํานวนมากเองก็เริ่มให้เนื้อหาแบบโต้ตอบในไลบรารีเทมเพลตของพวกเขาเพื่อให้ลูกค้าได้ใช้งาน!

แชทบอทบูมเพื่อผลักดันการสนทนาทางการขาย

การแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยเฉพาะในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคต่อการซื้อสินค้าเกิดขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ เมื่อผู้บริโภคเลือกซื้อออนไลน์มากขึ้นแบรนด์ต่าง ๆ ก็พบความต้องการการสนทนาผ่านการส่งข้อความในช่องทางต่าง ๆ ก็เพิ่มขึ้น ซึ่งนี้เองคือเชื้อเพลิงในการเติบโตของแชทบอท

ยกตัวอย่าง Facebook Messenger วันนี้มีแชทบอทประมาณ 300k บนแพลตฟอร์มเมื่อเทียบกับปี 2018 ที่ 100k ตามข้อมูล Global Market Insights “ขนาดตลาดโดยรวมสําหรับแชทบอททั่วโลกจะมากกว่า $1.3 พันล้าน) ภายในปี 2024”

แชทบอทไม่ได้ถูกใช้ในการตอบกลับอัตโนมัติ เพียงเพื่อลดต้นทุนการดําเนินงานเท่านั้น มันยังถูกใช้อย่างกว้างขวางเพื่อการเติบโตอย่างรวดเร็ว การสนทนาเพื่อการค้าเป็นแนวทางปฏิบัติที่แบรนด์ใช้เป็น touchpoint กับสังคม เช่น การแชทผ่าน Messenger คือการดึงดูด (Engage) ลูกค้าเพื่อขายผลิตภัณฑ์ การเติบโตของการสนทนาเพื่อการค้า (Conversational Commerce) มีความโดดเด่นเป็นพิเศษใน APAC ผู้คนมีแนวโน้มที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ผ่านการส่งข้อความมากถึง 1.28 เท่า เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้เองเป็นหัวหอกของนวัตกรรม ตามอ้างอิงจาก Meta ภายใต้กระแสดังกล่าว แบรนด์จึงเริ่มลงทุนในแชทบอทที่ขับเคลื่อนโดย AI เพื่อให้เข้าถึงสภาวะทางตลาด ช่วยอํานวยความสะดวก ให้คำแนะนําส่วนบุคคล (Personalised Recommendation) และช่วยเหลือด้านการชําระเงิน (Transectional)

#4 การเร่งเครื่องระบบดิจิตอลด้วยเครื่องมือ low-code/ no-code

นักการตลาดเคยจำต้องพึ่งการสนับสนุนทางเทคนิคเพื่อสร้างไอเดียต่าง ๆ ให้เป็นจริง ในปัจจุบันสิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นอีกต่อไป ด้วยเครื่องมือ low-code/ no-code ที่มีมากขึ้นกลายเป็นวิธีที่ทำให้ขั้นตอนการสร้างสรรค์ไอเดียนั้นคล่องตัว (Agile) มากขึ้น

อะไรคือ Low-code/No-code (LC/NC) และสิ่งเหล่านี้จะให้ประโยชน์อะไรคุณ ?

ทั้งเครื่องมือ Low-code และ No-code มีจุดเด่นในเรื่องความง่ายในการสร้าง ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันหรือกระบวนการที่ไม่จําเป็นต้องเขียนโค้ด หรือเขียนเพียงเล็กน้อย โดยเครื่องมือเหล่านี้มีคุณสมบัติ Drag and Drop ผ่านอินเทอร์เฟซภาพ (Visual Interface) และลําดับตรรกะอย่างง่าย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้ใช้ปลายทาง (End User) ช่วยเหลือให้ไอเดียของพวกเขาเป็นจริงและมีประสิทธิภาพ ในขณะที่เครื่องมือ No-code ถูกออกแบบมาสําหรับผู้ใช้ที่ไม่มีความรู้ด้านการเขียนโค้ด (ส่วนใหญ่คือ นักตลาดหรือผู้อยู่ในสายงานธุรกิจ) เครื่องมือ Low-code นั้นเหมาะกับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Developer) เพื่อความยืดหยุ่นในการเขียนสคริปต์เพื่อดัดแปลงผลลัพธ์จากการใช้งานแบบ No-code

การเพิ่มขึ้นของ Low-code และ No-code แพลตฟอร์มช่วยเร่งการทดสอบ เร่งการเรียนรู้วงจรการตลาดแบบ Agile อีกทั้งลดระยะเวลาในการทำงานที่เป็นปัญหาคอขวดจากการต้องต่อคิว (Ticket) เพื่อให้ทีมไอทีช่วยจัดการ นอกจากนี้นักการตลาดยังได้รับข้อมูลเชิงลึกโดยตรงจากลูกค้าและ สามารถตรวจสอบสมมติฐานที่ตั้งขึ้นเองได้อย่างง่ายดาย ยังไม่เพียงเท่านั้นพวกเขาสามารถสร้างต้นแบบ (Prototyping) ทางการตลาดได้เองเพื่อยืนยันข้อมูลเชิงลึกเพื่อส่งต่อไปยังทีมผลิตภัณฑ์และทีมพัฒนาเพื่อสร้างแกนหลักของประสบการณ์ลูกค้า

ตามอ้างอิงจาก Gartner, 65% of application development will be low-code ภายในปี 2024.

สิ่งที่การตลาดควรจับตา

LC/NC ถูกใช้อย่างกว้างขวางในด้านการตลาด คุณสามาถดีไซน์ผ่าน Canva ส่งอีเมลอัตโนมัติผ่าน Mailchimp สร้างหน้า Landing Page ด้วย Unbounce หรือตั้งเวลาโพสต์โซเชียลมีเดียของคุณบน Hootsuite ฯลฯ ไม่ว่าคุณจะทําอะไรเกี่ยวกับการตลาดมันก็อาจจะมีเครื่องมือสำหรับสิ่งที่คุณตามหาอยู่ก็เป็นได้

สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ LC / NC ทําให้การค้นพบข้อมูลเชิงลึก (Insight) และการคาดคะเนข้อมูลง่ายขึ้นได้อย่างไร!

การเรียนรู้ของ Machine Learning นั้นถูกมองว่าเป็นการลงทุนเป็นอุปสรรคเพราะทั้งซับซ้อนและสิ้นเปลือง อย่างไรก็ตามแพลตฟอร์ม No-code ที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบันก็ช่วยลดความซับซ้อนของกระบวนการคาดการณ์ข้อมูลดังกล่าว (Data Prediction) ทําให้คนที่ไม่ใช่ฝ่ายเทคนิคสามารถฝึกหัดแบบจําลองข้อมูล (Data Model) ได้ด้วยฟังก์ชั่น Drag&Drop คุณสามารถค้นหาการสนับสนุนโมดูล AI ที่ปรับแต่งได้ในแพลตฟอร์ม Customer Engagement ขั้นสูง เช่น Emarsys Blueshift และBraze ที่ช่วยให้นักการตลาดทํานายการซื้อของผู้ใช้ สร้างความสนิทสนม และเข้าถึงการตั้งค่าส่วนบุคคลแบบ 1:1

#5 ลาก่อน All-in-one ต้อนรับ The stack

ตลาดนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วกว่าแต่ก่อน ช่องทางใหม่ พฤติกรรมผู้บริโภคใหม่เกิดขึ้นได้ทุกวัน ธุรกิจในปัจจุบันจําเป็นต้องตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อสภาวะทางตลาดและตรวจสอบให้แน่ใจว่าชุดเครื่องมือของพวกเขาทันกับกระแส นักการตลาด 252 จาก 374 คน (67%) กล่าวว่าพวกเขาปรับเปลี่ยนแอปพลิเคชันเทคโนโลยีการตลาด (Martech application)ในปีที่ผ่านมา (การสํารวจการเปลี่ยน Martech ปี 2021)

รูปแบบ All-in-one ซึ่งเป็นที่ต้องการของธุรกิจบางแห่งเพื่อความสะดวกในการจัดการนั้นถูกให้ความสนใจลดน้อยถอยลงในยุคการตลาดสมัตใหม่ที่คล่องตัว (Agile Marketing)

ข้อเสียเปรียบที่ใหญ่ที่สุดของเครื่องมือแบบครบวงจร (All-in-one) แม้ว่ามันจะทําได้ทุกอย่าง แต่เมื่อพิจารณาส่วนประกอบแต่ละฟังชั่นก์ จะเห็นได้ว่ามีประสิทธิภาพโดยภาพรวมนั้นอยู่แค่ในระดับกลาง ๆ ทําให้การแข่งขันกับแอปพลิเคชันที่มีความโดดเด่นด้านเดียวนั้นไม่สามารถทำได้ ในทางกลับกันเครื่องมือแบบครบสูตรนี้ยังทำให้คุณต้องจ่ายเกินเพื่อคุณสมบัติบางอย่างที่คุณอาจไม่ต้องการ นั่นทำให้เป็นการได้ไม้คุ้มเสีย รายงานของ Gartner Marketing Technology อ้างว่า 84% ของนักการตลาดที่เลือกเครื่องมือที่มีความโดดเด่นเฉพาะด้านและคิดว่า Martech Stack ของพวกเขามีประสิทธิภาพในการบรรลุวัตถุประสงค์ทางธุรกิจสูงกว่าผู้ที่เลือกเครื่องมือชุดแบบครบสูตร (Integrated Suite) อยู่ 10%

การเกิดขึ้นของ Stack ที่ยืดหยุ่น ทํางานร่วมกัน และปรับตัวได้

ตัวเลือก Martech Stack ในอนาคตของคุณ ควรถูกพิจารณาจากความจําเป็นสำหรับกลยุทธ์ของคุณ ความสามารถในการบูณาการ การเครื่องมือที่สร้างสรรค์ได้อย่างรวดเร็วด้วยการเริ่มต้นใช้งานง่ายแบบ Plug and Play และสามารถเชื่อมต่ออย่างยอดเยี่ยมกับเครือข่ายแพลตฟอร์มอื่น (ซึ่งไม่ยากเลยล่ะ!) หากเครื่องมือที่คุณเลือกนั้นไม่สามารถผสานรวมกับแฟลตฟอร์มอื่นล่ะก็ มันก็จะทำให้เกิดไซโล (Silo) ที่ทำให้คุณขาดประโยชน์จากการลงทุน Martech

ลองคิดภาพคุณสามารถใช้วิธีการต่อเลโก้ เป็นการปรับแต่ง Martech Stack ที่เติบโตไปพร้อมกับคุณ

สรุปเคล็ดลับ

เมื่อเทคโนโลยีการตลาดกลายเป็นรากฐานที่สําคัญในการทําการตลาดสมัยใหม่ นักการตลาดจึงกระตือรือร้นที่จะค้นหาวิธีการลงทุนที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น และไม่แปลกที่จะหลงทางไปกับเครื่องมือมากมาย และฟังชั่นก์แปลกใหม่ที่เกิดขึ้นมาใหม่ทุกวัน ดังนั้นก่อนที่จะซื้อเครื่องมือใด ๆ ต่อไปนี้เป็นคําแนะนําบางอย่างที่เราต้องการให้คุณคำนึงถึงเสมอ

กลยุทธ์นำเทคโนโลยี

เครื่องมือสามารถใช้เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์ Harvard Business Review อธิบายสองข้อผิดพลาดทั่วไป ที่ธุรกิจมักพลาดท่า คือ การซื้อเครื่องมือ Martech ที่ไม่ถูกต้องนั่นรวมถึงการกักตุนข้อมูล (การได้มาซึ่งข้อมูลที่มากเกินไปเพียงเพราะ “สักวันหนึ่งอาจมีประโยชน์”) และการหลงไปกับฟังชั่นก์แปลกใหม่ (นักการตลาดที่หลงไปกับกระแสและความคิดใหม่ ๆโดยไม่มีจุดมุ่งหมาย) ทั้งสองขึ้นวิธีนั้นเป็นการคิดจากล่างขึ้นบน นั่นคือการค้นหาเทคโนโลยีที่มีอยู่เพื่อแก้ปัญหา เมื่อกล่าวถึงการสร้าง Martech Stack ที่มีประโยชน์สูงสุด นั่นคือการเจาะจงสิ่งที่คุณต้องการมากที่สุด – วิเคราะห์แนวทางปฏิบัติทางการตลาดปัจจุบันของคุณ ระบุให้ได้ว่าเครื่องมือเหล่านี้เหมาะกับกลยุทธ์ของคุณอย่างไร และค้นหาสิ่งที่เป็นอุปสรรคกับคุณ
อ่านเพิ่มเติม:  https://hbr.org/2021/07/dont-buy-the-wrong-marketing-tech

เริ่มต้นอย่างคล่องตัวและยืดหยุ่น (agile and flexible)

แนวคิดของ Stack เป็นรูปแบบที่ยืดหยุ่นและง่ายต่อการ Plug&Play ดังนั้นคุณไม่จําเป็นต้องซื้อทุกอย่างในครั้งเดียว เครื่องมือบางอย่างอาจสําคัญกว่าเครื่องมืออื่น ๆ (Marketing Technology) คุณควรเริ่มต้นสร้างจาก Customer Journey ที่คุณอยากให้ความสำคัญก่อน กำหนดการวัดผล และพัฒนาจากจุดนั้น คำนึงไว้เสมอว่าตัวเลือกเทคโนโลยีของคุณจะกลายเป็นส่วนประกอบในอนาคตของ Matech Stack ของคุณดังนั้นจงเลือกส่วนผสมที่เหมาะสมที่สามารถมาอยู่ในระบบเดียวกันได้

วิวัฒนาการของเทคโนโลยีการตลาดเต็มไปด้วยความตื่นตา ตื่นใจ แต่บางครั้งก็น่ากลัว หากคุณกําลังพยายามค้นหาความต้องการของคุณเพื่อประเมินเครื่องมือ หรือเพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มในอนาคตลองทักมาคุยกับเราก่อน!

Ematic Solutions เป็นทีมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการตลาด เราได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์มชั้นนําในอุตสาหกรรมมากกว่า 70 แพลตฟอร์มจากเทคโนโลยีการตลาดทุกด้านทั้ง Marketing Automation, Messaging, Data & Analytics เราได้ช่วยเหลือมากกว่า 500 แบรนด์ลงทุน Martech อย่างชาญฉลาด ทั้งใน 9 ประเทศ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน ฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และบอสเนีย

The post 5 Martech เทรนด์ที่คุณควรรู้ในปี 2022 appeared first on Ematic Solutions.

]]>
https://www.ematicsolutions.com/th/2022-martech-trend-th/feed/ 0
A letter from our Founder: Re-imagining Ematic Solutions. https://www.ematicsolutions.com/th/re-imagining-ematic-solutions/ https://www.ematicsolutions.com/th/re-imagining-ematic-solutions/#respond Wed, 22 Sep 2021 01:00:00 +0000 https://www.ematicsolutions.com/?p=3868 “กว่า 8 ปีที่ผ่านมา อีมาติคโซลูชั่นได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าหลากหลายกลุ่มธุรกิจ รวมถึงบริษัทคู่ค้าและนักลงทุนที่ให้การสนับสนุนและเชื่อในวิสัยทัศน์ของพวกเรามาโดยตลอด อีกทั้งการขยายสาขาไปยัง 9 ประเทศรวมถึงประเทศไทย ได้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของโมเดลธุรกิจของอีมาติค และเราจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ เราพร้อมจะเป็นผู้ริเริ่มในการนำนวัตกรรมและแนวคิดด้านเทคโนโลยีการตลาดใหม่ ๆ เข้ามายังประเทศไทย พร้อมกับพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้เชี่ยวชาญรวมถึงการบริการให้ดีเยี่ยม เพื่อสนับสนุนธุรกิจต่าง ๆ ในประเทศไทยให้เติบโตไปข้างหน้าพร้อมกับเรา” A letter from our Founder Looking back on the 8 years Ematic has been in business, and the thousands of lives we touched between employees, customers, investors, partners and vendors across our 9 markets in which we operate as well as the rest of the globe, I’m incredibly proud of what we’ve accomplished but aware that our mission is far from complete. I think the biggest lesson learned is that innovation isn’t purely a technology phenomenon, and that

The post A letter from our Founder: Re-imagining Ematic Solutions. appeared first on Ematic Solutions.

]]>

“กว่า 8 ปีที่ผ่านมา อีมาติคโซลูชั่นได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าหลากหลายกลุ่มธุรกิจ รวมถึงบริษัทคู่ค้าและนักลงทุนที่ให้การสนับสนุนและเชื่อในวิสัยทัศน์ของพวกเรามาโดยตลอด อีกทั้งการขยายสาขาไปยัง 9 ประเทศรวมถึงประเทศไทย ได้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของโมเดลธุรกิจของอีมาติค และเราจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ เราพร้อมจะเป็นผู้ริเริ่มในการนำนวัตกรรมและแนวคิดด้านเทคโนโลยีการตลาดใหม่ ๆ เข้ามายังประเทศไทย พร้อมกับพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้เชี่ยวชาญรวมถึงการบริการให้ดีเยี่ยม เพื่อสนับสนุนธุรกิจต่าง ๆ ในประเทศไทยให้เติบโตไปข้างหน้าพร้อมกับเรา”

A letter from our Founder

Looking back on the 8 years Ematic has been in business, and the thousands of lives we touched between employees, customers, investors, partners and vendors across our 9 markets in which we operate as well as the rest of the globe, I’m incredibly proud of what we’ve accomplished but aware that our mission is far from complete. I think the biggest lesson learned is that innovation isn’t purely a technology phenomenon, and that to address a market as diverse as Southeast Asia, innovation needs to happen at every level of an organization to achieve the goals of the business and our customers.

Ematic has always advocated a distributed approach to marketing technology: focused, best of breed products will beat monolithic “all-in-one” initiatives every time. At some point as our business grew, and our offerings grew, we realized this same thinking needed to apply to our own business which has led to a fairly radical re-think about our positioning in the market.

Our mission has always been to deliver real results for marketers – whether through our own technology, through 3rd party partners, or through our knowhow and services. While we’re still best known for Email Marketing, our drive to deliver results has increasingly led us to new places in a quest to bring a more integrated approach to the entire scope of digital marketing.

We decided to heed our own advice, and re-imagine Ematic as not a single company, but an ecosystem where best of breed offerings can thrive and a unifying layer of business interfaces tie everything together to generate a whole that’s greater than the sum of it’s parts.

Today we have reorganized into Ematic Group, which sports an initial lineup of three brands and business units, separating our digital agency (Elixus), our technology business (Sub AI) and bringing back our flagship brand, Ematic Solutions as a Marketing Technology Consultancy. The combined effect of these three business units gives us both the strength and the flexibility to tackle the core challenges faced by marketers in markets across Southeast Asia.

The most fundamental challenge of building great digital experiences for consumers in Southeast Asia boils down to one key thing: diseconomies of scale. Let’s face it: the Americans have it good when it comes to tech because the unit costs of technology are exceedingly favorable when you have a large single market and high Customer Lifetime Values. That means in Southeast Asia we pay higher unit costs for technology and leverage that against a population with significantly lower spending power, and frequently that leaves marketers upside down on their digital marketing initiatives.

If we want to build better lives for consumers, employees and businesses in Southeast Asia (…and we do!), we must understand that core challenge in unit economics and address it at every turn. Those of you who know our killer app, Hi-iQ know that it has a singular purpose of eliminating wasteful spend in email marketing. Those of you who know Elixus know that they are an ROAS Machine focused on maximizing every dollar (Baht, Dong, Ringget, Peso, Rupiah too) spent.

In some ways though, I’m almost most excited about reintroducing the Ematic Solutions brand to the market as it is capable of delivering impact on our collective unit economics challenge in a way we’ve not been able to do before.

Ematic Solutions is a Buyer’s Agent – we help marketers ensure that you’re buying the best marketing technology at the best price with the fastest time-to-value and the maximum long-term return on investment. We have built a team who’s job is to scope the entire digital marketing landscape across the globe, evaluate the products in terms of price and quality, and identify which are most uniquely fit for our markets. We have now partnered with more than 50 marketing technology firms from around the globe and are adding more every day.

To illustrate the point, a few years ago Ematic Solutions was a pure MailChimp shop. We still love those guys, but our roster of partners today just for messaging includes Iterable, Campaign Monitor, Mailjet, MailGun, Klaviyo, OneSignal, Active Campaign, Insider, Moengage, Webengage, Messagebird, Twilio, Smartmessage and several more coming soon. We also offer services on Salesforce Marketing Cloud, Adobe Campaign, Clevertap, Emarsys, DotDigital and Netcore.

Our quest to help marketers maximize their ROI requires Ematic to minimize our costs so you don’t pay “on top” of your tech. In many scenarios, we can deliver technology, implementation of the technology, local support and services all for less than if you simply bought the technology directly.

For those who want and need more help, we are also unveiling a whole range of services to help with a lot of the really “tough stuff” that many business struggle with. Let’s face it: operating a marketing team these days is getting more complex all the time, and often the need for specialization simply doesn’t align with the size of organization that makes sense for your business, and we want Ematic Solutions to be your swiss army knife to fill the gaps and ensure your entire ecosystem is running like a well-oiled machine.

The bottom line: Ematic Solutions isn’t beholden to any particular technology. We can help your business with any marketing technology, and with any challenges you are having with your marketing technology. Ematic Solutions is here to build you the growth stack of your dreams, catered to your needs and budget, and open up a world of flexibility to adapt to whatever changes may come.

It’s a very exciting time, and we are just getting started. Come join us on a journey to a better Southeast Asia.

The post A letter from our Founder: Re-imagining Ematic Solutions. appeared first on Ematic Solutions.

]]>
https://www.ematicsolutions.com/th/re-imagining-ematic-solutions/feed/ 0
Iterable: แพลตฟอร์มการทำมาร์เกตติ้งแบบ Cross-Channel ที่จะเชื่อมต่อกับเครื่องมือการตลาดอื่นๆ ของคุณได้อย่างทรงพลังด้วย Data Intergration https://www.ematicsolutions.com/th/ematicth-iterable/ https://www.ematicsolutions.com/th/ematicth-iterable/#respond Tue, 29 Jun 2021 06:37:59 +0000 https://www.ematicsolutions.com/?p=2619 การทำการตลาดแบบ Cross-Channel ถือว่าจำเป็นเป็นอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจในปัจจุบัน เพื่อที่จะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าให้ได้มากที่สุด Iterable ถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการตลาดที่ถูกสร้างมาเพื่อแก้ปัญหาข้อมูลที่ระหว่าง channel ที่ขาดความเชื่อมโยง และ เป็นแพลตฟอร์มที่โฟกัสไปที่การสร้างการเติบโตให้แก่ธุรกิจ โดยใช้วิธีเชื่อมต่อทุกช่องทางทั้ง Email, Push Notification, SMS, In-app และ Webhook รวบรวม Integrate ทั้งหมดเข้าด้วยกันเพื่อสร้าง Customer Workflow  นอกจากนี้แพลตฟอร์ม Iterable ยังเหมาะสำหรับการทำการตลาดมีความซับซ้อนของข้อมูลสูง เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อ และรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาไว้ในที่เดียว ช่วยให้การทำงานของคุณง่าย และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทำให้ทีมการตลาดสามารถเห็นภาพรวมของข้อมูล สามารถนำข้อมูลที่มีมาใช้ประโยชน์สูงสุด มาดูตัวอย่างกันว่า Iterable สามารถทำอะไรได้บ้าง… ฟังก์ชัน Drag and Drop และ HTML สำหรับการทำอีเมลมาร์เก็ตติ้งแคมเปญ สามารถสร้าง Field ในการเ

The post Iterable: แพลตฟอร์มการทำมาร์เกตติ้งแบบ Cross-Channel ที่จะเชื่อมต่อกับเครื่องมือการตลาดอื่นๆ ของคุณได้อย่างทรงพลังด้วย Data Intergration appeared first on Ematic Solutions.

]]>

การทำการตลาดแบบ Cross-Channel ถือว่าจำเป็นเป็นอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจในปัจจุบัน เพื่อที่จะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าให้ได้มากที่สุด Iterable ถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการตลาดที่ถูกสร้างมาเพื่อแก้ปัญหาข้อมูลที่ระหว่าง channel ที่ขาดความเชื่อมโยง และ เป็นแพลตฟอร์มที่โฟกัสไปที่การสร้างการเติบโตให้แก่ธุรกิจ โดยใช้วิธีเชื่อมต่อทุกช่องทางทั้ง Email, Push Notification, SMS, In-app และ Webhook รวบรวม Integrate ทั้งหมดเข้าด้วยกันเพื่อสร้าง Customer Workflow 

นอกจากนี้แพลตฟอร์ม Iterable ยังเหมาะสำหรับการทำการตลาดมีความซับซ้อนของข้อมูลสูง เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อ และรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาไว้ในที่เดียว ช่วยให้การทำงานของคุณง่าย และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทำให้ทีมการตลาดสามารถเห็นภาพรวมของข้อมูล สามารถนำข้อมูลที่มีมาใช้ประโยชน์สูงสุด

มาดูตัวอย่างกันว่า Iterable สามารถทำอะไรได้บ้าง…

  • ฟังก์ชัน Drag and Drop และ HTML สำหรับการทำอีเมลมาร์เก็ตติ้งแคมเปญ
  • สามารถสร้าง Field ในการเก็บข้อมูลได้สูงสุดถึง 1,000 Fields
  • Webhook และ Open API ที่จะช่วยให้คุณเชื่อมต่อแพลตฟอร์มเข้ากับ Marketing tools อื่นๆ อย่างไร้ขีดจำกัด
  • Insights/ Analytics Dashboard ที่สามารถ Customize ได้ตาม Metrics/KPI ที่คุณต้องการ

ที่กล่าวไปข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น นอกจากฟังก์ชันที่ครบครันแล้ว Iterable ยังมี Pricing Model ที่ช่วยให้คุณกำหนดค่าใช้จ่ายต่อเดือนได้ง่ายและตามความต้องการเนื่องจากคิดจากจำนวน Active Subscribers และจำนวนส่งของ Email

หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือลองใช้ Demo ติดต่อ Ematic Solutions ได้เลย เรามีผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้ปรึกษาคุณตลอดเวลา!

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.ematicsolutions.com/th/partners/iterable/

The post Iterable: แพลตฟอร์มการทำมาร์เกตติ้งแบบ Cross-Channel ที่จะเชื่อมต่อกับเครื่องมือการตลาดอื่นๆ ของคุณได้อย่างทรงพลังด้วย Data Intergration appeared first on Ematic Solutions.

]]>
https://www.ematicsolutions.com/th/ematicth-iterable/feed/ 0